Posts Tagged ‘กรมสุขภาพจิต’

กรมสุขภาพจิตรับสมัครนักสังคมสงเคราะห์

ด้วยกรมสุขภาพจิตจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่
11 ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
1.1 ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ
1.2 อัตราเงินเดือน 7,940 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
1.3 จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 4 ตำแหน่ง
– โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ตำแหน่ง
– ศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 จังหวัดปัตตานี จำนวน 1 ตำแหน่ง
– โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จำนวน 1 ตำแหน่ง
จังหวัดขอนแก่น
– โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 ตำแหน่ง

บัดนี้ – 23 ธันวาคม2552
Read the rest of this entry »

กรมสุขภาพจิต รับนักจิตวิทยาคลินิกปฏิบัติการ ( 23 – 30 ธันวาคม 2552 )

ด้วยกรมสุขภาพจิต จะดำเนินการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการใน
ตำแหน่งนักจิตวิทยาคลินิกปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.2/6718
ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2552 ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 ที่ นร 1004.1/ว 7 ลงวันที่
25 กันยายน 2551 และที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 28 กันยายน 2549 จึงประกาศรับสมัครคัดเลือก
เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับจำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
1.1 ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
ตำแหน่งนักจิตวิทยาคลินิกปฏิบัติการ
1.2 อัตราเงินเดือน 7,940 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
1.3 จำนวนตำแหน่งว่างที่จะบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก จำนวน 2 ตำแหน่ง
- ศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 อ.เมือง จ.สงขลา จำนวน 1 ตำแหน่ง
- โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 1 ตำแหน่ง

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่ง
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ
ในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านจิตวิทยาคลินิก ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ
และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
ด้านการปฏิบัติการ
(1) ประเมิน วิเคราะห์ ตรวจวินิจฉัย ด้วยเครื่องมือทดสอบทางจิตวิทยาคลินิก
ตามมาตรฐานวิชาชีพจิตวิทยาคลินิก กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อค้นหาอธิบาย ทำนายแนวโน้มความผิดปกติทางจิต
พยาธิสภาพทางสมอง พฤติกรรม อารมณ์ ความคิด พัฒนาการ ศักยภาพ บุคลิกภาพ เชาวน์ปัญญา
กลไกที่มาหรือสาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตและสารเสพติด ความผิดปกติทางจิตใจ การกระทำผิด
กฎหมายหรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับทางกฎหมาย การเจ็บป่วยทางจิตเวช ในระดับที่ไม่ซับซ้อน
(2) ให้การปรึกษา จิตบำบัด พฤติกรรมบำบัด การบำบัดทางจิตวิทยา การฟื้นฟู
สมรรถภาพทางจิตใจ สังคม อารมณ์ สติปัญญา ตามมาตรฐานวิชาชีพจิตวิทยาคลินิก ในระดับที่ไม่
ซับซ้อน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ ยอมรับปัญหาของตนเอง ปรับเปลี่ยน อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม
วิธีการปรับตัว หรือแก้ปัญหา บุคลิกภาพที่บกพร่องให้เหมาะสม และใช้ศักยภาพของตนเองได้
(3) ส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวัง แก้ไขปัญหาพฤติกรรม สุขภาพจิตหรือสมรรถภาพทาง
จิตใจของกลุ่มเป้าหมาย โดยการวิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการ ด้วยเครื่องมือและกระบวนการทาง
จิตวิทยาคลินิก เพื่อพัฒนาศักยภาพในการดำเนินชีวิตได้เหมาะสมยิ่งขึ้น ป้องกันการกลับมาป่วยซ้ำ
หรือกระทำผิดซ้ำ
ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือ
โครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด
ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
ด้านการบริการ
(1) เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ความรู้วิชาการจิตวิทยาคลินิก วิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ มีความเข้าใจ ปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
(2) ถ่ายทอด ฝึกอบรม องค์ความรู้ เทคโนโลยีด้านจิตวิทยาคลินิก จัดทำแผนการฝึกอบรม
เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป
(3) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย

3. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับ
การคัดเลือก
3.1 คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต
หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจาก
ราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรค
การเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะ
กระทำผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัย
ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติ
งานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามตาม ข.
(4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ.อาจพิจารณายกเว้นให้รับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะ
ต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมี
ลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่
เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
* สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับการ
คัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม
ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
3.2 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักจิตวิทยาคลินิกปฏิบัติการ
- ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชา
ใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางจิตวิทยาคลินิก และได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาจิตวิทยาคลินิก

4. การรับสมัคร
4.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายสรรหาและ
บรรจุแต่งตั้ง กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 อาคาร 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ อำ เภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โทร 0 2590 8062 , 0 2590 8063 ตั้งแต่วันที่
23- 30 ธันวาคม 2552 ในวันราชการ ภาคเช้าเวลา 09.00 น. ถึงเวลา 12.00 น. ภาคบ่ายเวลา
13.00 – 15.30 น.
4.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัคร
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครตำแหน่งละ 200 บาท
เมื่อสมัครสอบแล้วค่าธรรมเนียมในการสมัครจะไม่จ่ายคืนให้ เว้นแต่
มีการยกเลิกการคัดเลือกครั้งนี้ทั้งหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตจึง
จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสมัครคัดเลือกแก่ผู้สมัครเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไป
ในทางทุจริตนั้น
4.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร
1) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว
โดยถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 6 เดือน (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
2) ปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติและระเบียน
แสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่ง
ที่สมัครคัดเลือกโดยต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร
ฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
ขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษา
ตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจาก
ผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือวันที่ 30 ธันวาคม 2552
3) สำเนาใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก
4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
5) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง) ใบ
เปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) อย่างละ 1 ฉบับ
6) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตาม
กฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) ซึ่งได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจ
แก่สังคม
- วัณโรคระยะอันตราย
- โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติดให้โทษ
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
ทั้งนี้ ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง”
และลงชื่อกำกับทุกหน้าของเอกสารด้วย
หมายเหตุ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเมื่อจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ จะต้องนำใบรับรองแพทย์
ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) มายื่นด้วย

5. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก และกำหนดวัน เวลา สถานที่คัดเลือก
กรมสุขภาพจิตจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก และกำหนดวัน เวลา
สถานที่คัดเลือกให้ทราบ ในวันที่ 7 มกราคม 2553 ทางเว็บไซต์ www.dmh.go.th และ
www.hr.dmh.go.th

6. หลักสูตรและวิธีการสอบ
ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
โดยการสัมภาษณ์
ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว
ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ จากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้
อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่ใช้อาจใช้เป็นประโยชน์
ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณ
ของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม
ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะ
ที่จำเป็นของตำแหน่ง และมีการประเมินแบบทดสอบบุคลิกภาพเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก

7. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

8. การขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก
กรมสุขภาพจิตจะประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก โดยเรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้
คะแนนสูงลงมาตามลำดับ ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกได้คะแนนเท่ากัน จะให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสมัคร
เข้ารับการคัดเลือกก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า การขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือกจะขึ้นบัญชีไว้ตาม
แนวทางที่ ก.พ. กำหนด แต่ถ้ามีการคัดเลือกอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการ
คัดเลือกใหม่แล้ว บัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

9. การบรรจุและแต่งตั้ง
ผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก
โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ใน
ประกาศรับสมัครในอัตราที่ ก.พ. กำหนด ในกรณีที่มีผู้ได้รับคัดเลือกมากกว่าจำนวนตำแหน่งว่าง และ
ภายหลังมีตำแหน่งว่างเพิ่มอีก กรมสุขภาพจิตอาจบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกที่เหลืออยู่
ดังกล่าวหรือจะดำเนินการคัดเลือกใหม่ก็ได้
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว ต้องอยู่ปฏิบัติงานใน
ตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยห้ามโอนไปส่วนราชการอื่นเว้นแต่
ลาออกจากราชการ

10. การรับโอนผู้ได้รับคัดเลือก
กรมสุขภาพจิต ประสงค์จะรับโอนผู้ที่ได้รับคัดเลือกที่เป็นข้าราชการทุกประเภท
กรมสุขภาพจิต ดำเนินการคัดเลือกด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค ดังนั้น
หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการคัดเลือก หรือมีพฤติกรรมในทำนองเดียวกันนี้
โปรดอย่าได้หลงเชื่อ และแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการทราบด้วย
ที่อยู่ : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำ เภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
Tel / Fax : 0 2590 8062 , 0 2590 8063

กรมสุขภาพจิต รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ใน ตำแหน่งดังนี้

กรมสุขภาพจิต รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ใน ตำแหน่งดังนี้

นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ 4 อัตรา เงินเดือน 7,940 บาท หรือตามที่ ก.พ.กำหนด โดยสถานที่ปฏิบัติงาน ได้แก่
1. โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่
2. ศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 จ.ปัตตานี
3. โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จ.ขอนแก่น
4. โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฏร์ธานี
- วุฒิปริญญาตรี ในสาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ และเป็นผู้สอบผ่านทางภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรีของ ก.พ.
ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่ ฝ่ายสรรหาและบรรจุแต่ตั้ง กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 อาคาร 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ในวันและเวลาราชการ

กรมสุขภาพจิต รับนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ (บัดนี้ – 23 ธันวาคม 2552)

ด้วยกรมสุขภาพจิตจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่
11 ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
1.1 ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ
1.2 อัตราเงินเดือน 7,940 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
1.3 จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 4 ตำแหน่ง
– โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ตำแหน่ง
– ศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 จังหวัดปัตตานี จำนวน 1 ตำแหน่ง
– โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จำนวน 1 ตำแหน่ง
จังหวัดขอนแก่น
– โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 ตำแหน่ง

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ
ในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสังคมสงเคราะห์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และ
ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
ด้านการปฏิบัติการ
(1) ค้นหาข้อเท็จจริง สัมภาษณ์ สอบประวัติ เยี่ยมบ้าน ติดตาม สืบเสาะหา
ข้อเท็จจริง รวมทั้งศึกษาชุมชน และประเมินสภาวะทางสังคมเบื้องต้นเพื่อวินิจฉัย และให้บริการทางสังคม
แก่กลุ่มเป้าหมายในระดับบุคคล ครอบครัว กลุ่ม และชุมชน
(2) ให้บริการการปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ บำบัด ฟ้นื ฟู ป้องกัน ปกป้อง
คุ้มครอง และพัฒนากลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้
(3) รวบรวม ประมวล สรุป จัดลำดับความสำคัญและความรุนแรงของปัญหา
รวมทั้งวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของปัญหา เพื่อประกอบการวางแผนให้ความช่วยเหลือ พิทักษ์สิทธิ
และพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย
(4) สำรวจ รวบรวม ศึกษา สรุปจัดทำรายงาน รวมทั้งประมวล และวิเคราะห์
ข้อมูลทางวิชาการ สถานการณ์และปัญหาด้านสังคม เพื่อประกอบการวิจัย การจัดทำฐานข้อมูลการวางแผน
การจัดทำหลักเกณฑ์มาตรฐานและการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์
(5) รวบรวม จัดเก็บข้อมูล สถิติเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์
เพื่อประกอบการจัดทำเครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์ คู่มือ แนวทางปฏิบัติ เอกสารวิชาการ สื่อ เพื่อนำไปใช้
ในการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์
(6) จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อประกอบ
การพัฒนาและวางแผนด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน
หรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน
เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
ด้านการบริการ
(1) ให้คำแนะนำและให้บริการทางวิชาการแก่บุคคล หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ
เกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ เพื่อพัฒนาความรู้ เทคนิค
ทักษะในการดำเนินงานและพัฒนาบริการด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์
(2) ให้บริการข้อมูล เอกสาร ตำรา สื่อ และคู่มือในรูปแบบต่าง ๆ เกี่ยวกับ
การสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์แก่ครอบครัว กลุ่ม ชุมชน องค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน
เครือข่าย ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และเพื่อประโยชน์ในการจัดบริการทาง
สังคมและการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
(3) ร่วมจัดการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้แก่บุคลากรภายในหน่วยงาน ครอบครัว
กลุ่ม ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน เครือข่ายและประชาชนทั่วไปเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของ
กลุ่มเป้าหมาย

3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่ง
พระราช บัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนคนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต
หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ
ไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรค
การเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะ
กระทำผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดย
ประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ข. (4)
(6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะ
ต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณี
ลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็น
กรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัคร และไม่อาจให้เข้าสอบ
แข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว
89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่
17 มีนาคม 2538
3.2 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ดังนี้
ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชา
สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรี
ของ ก.พ.

4. การรับสมัครสอบ
4.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ฝ่ายสรรหาและ
บรรจุแต่งตั้ง กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 อาคาร 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2552 ถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ในวันราชการ
ภาคเช้าเวลา 09.00 น. ถึงเวลา 12.00 น. ภาคบ่ายเวลา 13.00 น. ถึงเวลา 15.30 น.
4.2 ค่าธรรมเนียมการสอบ
ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบในอัตรา 200 บาท
ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เว้นแต่มีการยกเลิกการสอบครั้งนั้นทั้งหมด
เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตจึงจ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ที่มิได้
มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริต
4.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร
(1) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว
ถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
(2) สำเนาปริญญาบัตร และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records)
ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครสอบ จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ ทั้งนี้ผู้ที่จะถือว่าเป็น
ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษาใดนั้นจะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบ
เกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและ
ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือวันที่ 23 ธันวาคม 2552
ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้
ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ได้รับอนุมัติ
ปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัครมายื่นแทน
(3) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.)
ระดับปริญญาตรี ของ ก.พ. จำนวน 1 ฉบับ
(4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
(5) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)
ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น
จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และ
ลงชื่อกำกับทุกหน้าของเอกสาร
4.4 หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)
- ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้าม
ตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535 ซึ่งได้แก่
(1) โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่
สังคม
(2) วัณโรคระยะอันตราย
(3) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม
(4) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(5) โรคพิษสุราเรื้อรัง

5. เงื่อนไขในการรับสมัคร
5.1 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ของผู้มีสิทธิสมัครสอบในข้อ 3.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
ภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่ 23 ธันวาคม 2552 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาบัตร
ของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ
สถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
5.2 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ
ตรงตามประกาศรับสมัคร และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง
ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบหรือตรวจพบว่าเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้สมัครนำมายื่น
ไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร กรมสุขภาพจิตจะถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัคร
ครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

6. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบและระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมสุขภาพจิตจะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบและระเบียบ
เกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 30 ธันวาคม 2552 ณ บอร์ดประชาสัมพันธ์ กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2
อาคาร 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
ทางเว็บไซต์ www.dmh.go.th และ www.hr.dmh.go.th/people

7. หลักสูตรและวิธีการสอบ
7.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
ทดสอบความรู้ ความสามารถ โดยวิธีสอบข้อเขียนดังนี้
– ความรู้เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ทั่วไป
– ความรู้เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์จิตเวช
7.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน
ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว
ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์
ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็น
ประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ
จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานทั้งสังคมและ
สิ่งแวดล้อมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึง
สมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่งโดยการสอบสัมภาษณ์
ทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ก่อน
และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) แล้วจึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความ
เหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

8. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ต้องเป็นผู้ที่สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

9. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะเรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ
ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)
มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) เท่ากัน ให้ผู้ได้
คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังคง
ได้คะแนนเท่ากันอีก ก็ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้น
บัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบ
แข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

10. การบรรจุและแต่งตั้ง
ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามที่ระบุไว้ในข้อ 1.2

11. การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น
กรณีที่ส่วนราชการอื่นมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ
ซึ่งต้องการบรรจุบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน และมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ
ที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกันกับตำแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้ ส่วนราชการที่มีตำแหน่ง
ว่าง สามารถนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งที่สอบครั้งนี้ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่ง
อื่นได้ การนำรายชื่อไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นนี้ ให้ถือว่าเป็นการสอบครั้งเดียวกัน
กับการสอบครั้งนี้ โดยผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิที่จะรับการบรรจุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ที่อยู่ : 88/20 หมู่ 4 ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
เอกสารใบสมัคร : http://www.hr.dmh.go.th/people
Website : http://www.dmh.go.th/

กรมสุขภาพจิต รับสมัคร เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 2 อัตรา

กรมสุขภาพจิต รับสมัคร เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 2 อัตรา

ด้วยกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมสุขภาพจิต มีความประสงค์รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 2 อัตรา ประกอบด้วย
1. ปฏิบัติงานด้านวิชาการ 1 อัตรา
2. ปฏิบัติงานด้านบริหาร 1 อัตรา
คุณสมบัติ
- วุฒิปริญญาตรี หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป เศรษฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์
- สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้เป็นอย่างดี
หลักฐานการสมัคร
- สำเนาปริญญาบัตรและใบรายงานผลการศึกษา จำนวน 1 ชุด
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
- รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในวันและเวลาราชการ ณ กลุ่มพัฒนาระบบบริหารอาคาค 2 ชั้น 2 กรมสุขภาพจิต เลขที่ 88 / 20 ม.4 ถ.ติวานนท์ 4 อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 สอบถามรายลเอียด โทร.0 2590 8196 หรือ 0 2590 8151

กรมสุขภาพจิต รับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน (บัดนี้ – 25 พฤศจิกายน 2552)

ด้วยกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมสุขภาพจิต มีความประสงค์รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว รายละเอียดดังนี้

ตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 2 อัตรา
1. ปฏิบัติงานด้านวิชาการ 1 อัตรา
2. ปฏิบัติงานด้านบริหาร 1 อัตรา

คุณสมบัติ
- วุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป เศรษฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์
- สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft office ได้เป็นอย่างดี

หลักฐานการสมัคร
-สำเนาปริญญาบัตรและใบรายงานผลการศึกษา จำนวน 1 ชุด
-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
-รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป

รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 ในวันและเวลาราชการ ณ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร อาคาร 2 ชั้น 2 กรมสุขภาพจิต สอบถามรายละเอียด โทร.0-2590-8196หรือ 0-2590-8151
ที่อยู่ : เลขที่ 88/20 หมู่ 4 ถนนติวานนท์ 4 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
Tel / Fax : 0-2590-8196หรือ 0-2590-8151
Website : http://www.dmh.go.th

กรมสุขภาพจิต รับสมัคร พยาบาล เภสัชกร 19 อัตรา

กรมสุขภาพจิต รับสมัคร พยาบาล เภสัชกร 19 อัตรา

1. พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ (17 อัตรา)
1) โรงพยาบาลศรีธัญญา อ.เมือง จ.นนทบุรี (6 อัตรา)
2) สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เขตทวีวัฒนา กทม.(1 อัตรา)
3) สถาบันวิจัยเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กทม.(5 อัตรา)
4) โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี (1 อัตรา)
5) สถาบันราชานุกูล เขตดินแดง กทม.(3 อัตรา)
6) โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นครพนม (1 อัตรา)
- วุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการพยาบาลและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สาขาการพยาบาลชั้นหนึ่ง หรือสาขาการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง
2. เภสัชกรปฏิบัติการ (2 อัตรา)
1) สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.(1 อัตรา)
2) โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี (1 อัตรา)
- วุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ หลักสูตรการศึกษา 5 ปี หรือ 6 ปี ต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลาย และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเภสัชกรรมชั้นหนึ่ง
สมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง กองการเจ้าหน้าที่ กรมสุขภาพจิต ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร.0 2590 8062, 0 2590 8063 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในวันและเวลาราชการ ค่าธรรมเนียมการสมัคร 200 บาท

กรมสุขภาพจิต รับย้ายและรับสมัครผู้อำนวยการศูนย์ (ปิดรับสมัคร 20 ตุลาคม 2552)

ด้วยกรมสุขภาพจิต มีความประสงค์จะรับย้ายและรับสมัครคัดเลือกข้าราชการ
เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง หรือรักษาราชการแทนตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑
(ผู้อำนวยการเฉพาะด้านแพทย์) และตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิต ที่อาจจะว่าง

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติตรงตามรายละเอียด
การรับสมัครที่แนบ โดยให้ผู้ที่ขอย้ายกรอกรายละเอียดในแบบขอย้ายและใบสมัครเข้ารับการคัดเลือก
สำหรับผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกให้กรอกรายละเอียดในใบสมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยทั้ง ๒ กรณี
ให้ระบุหน่วยงานที่ประสงค์จะไปปฏิบัติงานได้ตามลำดับ ๓ หน่วยงาน ส่งไปยังกรมสุขภาพจิต
ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตจะพิจารณาดำเนินการคัดเลือก
ข้าราชการตามหลักเกณฑ์ และแนวทางที่ ก.พ. กำ หนดตามพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ อนึ่ง ผู้สนใจสามารถ Down Load ใบสมัครและรายละเอียดต่าง ๆ
ได้ที่ www.hr.dmh.go.th
ที่อยู่ :
Tel / Fax :
เอกสารใบสมัคร : http://www.hr.dmh.go.th/hr/pWork/files/ว6507.pdf
Website : http://www.hr.dmh.go.th

กรมสุขภาพจิต รับพยาบาล ( 12 – 16 ตุลาคม 2552 )

ด้วยกรมสุขภาพจิต จะดำเนินการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการใน
ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่
11 ธันวาคม 2551 ที่ นร 1004.1/ว 7 ลงวันที่ 25 กันยายน 2551 และ ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 28
กันยายน 2551 จึงประกาศรับสมัครคัดเลือกฯ ดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
1.1 ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
- ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ
1.2 อัตราเงินเดือน 7,940 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
1.3 จำนวนตำแหน่งว่างที่จะบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก จำนวน 17 ตำแหน่ง
- โรงพยาบาลศรีธัญญา อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 6 ตำแหน่ง
- สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ จำนวน 1 ตำแหน่ง
- สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กรุงเทพฯ จำนวน 5 ตำแหน่ง
- โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 1
ตำแหน่ง
- สถาบันราชานุกูล เขตดินแดง กรุงเทพฯ จำนวน 3 ตำแหน่ง
- โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
จำนวน 1 ตำแหน่ง

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการ
ในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานพยาบาลวิชาชีพ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และ
ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ปฏิบัติการพยาบาลขั้นพื้นฐานตามมาตรฐานวิชาชีพ ในการให้การพยาบาลแก่
ผู้ใช้บริการ เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย
(2) คัดกรอง ประเมินภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ปัญหา วินิจฉัยปัญหา ภาวะเสี่ยง
เพื่อให้การช่วยเหลือทางนิติวิทยาศาสตร์ การพยาบาลได้อย่างถูกต้องเหมาะสมทันสถานการณ์และทันเวลา
(3) บันทึก รวบรวม ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้านการพยาบาลเบื้องต้น เพื่อพัฒนาการ
ดูแลผู้ป่วย ให้เกิดความปลอดภัย สุขสบาย และมีประสิทธิภาพ
(4) ส่งเสริม ป้องกัน ดูแลรักษา ฟื้นฟูสุขภาพประชาชน หรือการบริการอื่นๆ
ทางด้านสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน
2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือ
โครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงานเพื่อให้
เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
4. ด้านการบริการ
(1) สอน แนะนำ ให้คำปรึกษา เบื้องต้นแก่ผู้ใช้บริการและครอบครัว ชุมชน
เกี่ยวกับการส่งเสริม ป้องกัน ดูแลรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้
(2) ให้บริการข้อมูลทางวิชาการ จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับการพยาบาลเพื่อให้
ประชาชนได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน
และใช้ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย แผนงาน หลักเกณฑ์ มาตรการต่างๆ

3. คุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการ
คัดเลือก
3.1 คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 36
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือ
จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ
ไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรค
การเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ
ผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติ
นี้หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7)
(8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณี มีลักษณะต้องห้าม
ตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะ
ต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณี
ออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจเข้ารับการ
คัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่
นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17
มีนาคม 2538
3.2 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ
- ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันใน
สาขาวิชาการพยาบาล และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสาขาการพยาบาลชั้นหนึ่ง หรือสาขาการ
พยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง

4. การรับสมัคร
4.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายสรรหาและบรรจุ
แต่งตั้ง กองการเจ้าหน้าที่ กรมสุขภาพจิต ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีโทร. 02 590 8062,
02 590 8063 ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 ตุลาคม 2552 ในวันราชการ ภาคเช้า เวลา 09.00 – 12.00 น. และภาค
บ่าย เวลา 13.00 – 15.30 น.
4.2 ค่าธรรมเนียมในการสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับตำแหน่งที่สมัคร ในอัตรา 200 บาท
เมื่อสมัครคัดเลือกแล้วค่าธรรมเนียมในการสมัครจะไม่จ่ายคืนให้ เว้นแต่มีการ
ยกเลิกการคัดเลือกครั้งนี้ทั้งหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปทางทุจริตจึงจ่ายคืนค่าธรรมเนียมสมัคร
คัดเลือกแก่ผู้สมัครเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริต นั้น
4.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร
1) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว
ถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 6 เดือน (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
2) สำเนาปริญญาบัตร สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Record)
และหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัคร
พร้อมสำเนาอย่างละ 1 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตร ของ
สถานศึกษาใดนั้น เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษา และได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนวัน
ปิดรับสมัครคัดเลือก
กรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครได้ก็ให้นำ
หนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา และวันที่ที่ได้รับอนุมัติ
ปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันที่ปิดรับสมัครมายื่นแทนก็ได้
3) สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสาขาการพยาบาลชั้นหนึ่ง หรือสาขา
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จำนวน 1 ฉบับ
4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
5) สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครเพศหญิง)
ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) ใบสำคัญทหาร
กองเกิน สด.9 (เฉพาะผู้สมัครเพศชาย) จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
ทั้งนี้ ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับ ให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง”
และลงชื่อกำกับไว้ด้วย (ให้นำหลักฐานในข้อ 2 และ 3 ต้นฉบับ มาตรวจสอบด้วย)
6) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันยื่นใบสมัคร และ
แสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้าม ตาม กฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2535) ได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคในระยะอันตราย
- โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติดให้โทษ
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
หมายเหตุ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเมื่อจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการจะต้องนำใบรับรอง
แพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (2535) มายื่นด้วย

5. การประกาศรายชื่อผู้มีสมัครเข้ารับการคัดเลือกและกำหนด วัน เวลา สถานที่คัดเลือก
กรมสุขภาพจิตจะประกาศรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกในวันที่ 28 ตุลาคม 2552
ทางเว็บไซต์ www.dmh.go.th และ www.hr.dmh.go.th/people

6. หลักสูตรและวิธีการคัดเลือก
6.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (100 คะแนน) โดยการสอบ
ข้อเขียน ซึ่งเป็นความรู้เกี่ยวกับ
- การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช
- การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
- การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น
- กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์
6.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (100 คะแนน) โดยการสัมภาษณ์
ประเมินบุคคลพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติ
การศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ จากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้
อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่ใช้อาจใช้เป็นประโยชน์
ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ
จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม
และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น และรวมถึง
สมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง

7. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

8. การประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก
8.1 กรมสุขภาพจิตจะประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก โดยเรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้
คะแนนสูงลงมาตามลำดับ โดยมีเกณฑ์การพิจารณาที่เชื่อมโยงกับระดับความรู้ ความสามารถ ทักษะและ
สมรรถนะที่ ก.พ. และกรมสุขภาพจิตกำหนด ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกได้คะแนนเท่ากัน ก็ให้ผู้ได้รับเลข
ประจำตัวสมัครเข้ารับการคัดเลือกก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
8.2 การขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกจะขึ้นบัญชีไว้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2553
แต่ถ้ามีการคัดเลือกอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกใหม่แล้ว บัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก
ครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

9. การบรรจุและแต่งตั้ง
ผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก
โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในประกาศรับ
สมัคร ในอัตราที่ ก.พ. กำหนด
ในกรณีที่มีผู้ได้รับคัดเลือกมากกว่าจำนวนตำแหน่งว่าง และภายหลังมีตำแหน่งว่าง
เพิ่มอีก กรมสุขภาพจิตอาจบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับคัดเลือกที่เหลืออยู่ดังกล่าว หรือจะดำเนินการคัดเลือก
ใหม่ก็ได้
ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว ต้องอยู่ปฏิบัติราชการ
ในตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยห้ามโอนไปส่วนราชการอื่นเว้นแต่
ลาออกจากราชการ
กรมสุขภาพจิต จะดำเนินการคัดเลือกด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค
ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการคัดเลือก หรือมีพฤติกรรมในทำนอง
เดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อ และแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการทราบด้วย
ที่อยู่ : กรมสุขภาพจิต ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
Tel / Fax : 0-2590-8062, 0-2590-8063
เอกสารใบสมัคร : http://www.hr.dmh.go.th/people/
Website : http://www.dmh.go.th

กรมสุขภาพจิต รับสมัครแพทย์เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวช ประจำปี ๒๕๕๓

ด้วยกรมสุขภาพจิตจะรับสมัครแพทย์ใช้ทุนรัฐบาล (นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ ๖) เพื่อบรรจุ
เข้ารับราชการและส่งไปเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวช หลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน
สาขาจิตเวชศาสตร์ และสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น โดยไม่ต้องเข้าโครงการเพิ่มพูนทักษะ
สำหรับแพทย์ใช้ทุน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

๑. จำนวนทุนการฝึกอบรม
- จำนวน ๘ อัตรา

๒. คุณสมบัติผู้รับทุนการฝึกอบรม
๒.๑ เป็นแพทย์ทุนรัฐบาลที่จะสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ และสมัครใช้ทุน
ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
๒.๒ ได้รับการคัดเลือกจากกรมสุขภาพจิตเพื่อรับรองการเป็นต้นสังกัด
๒.๓ ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางให้เข้ารับการฝึกอบรม
ตามหลักสูตร

๓. การสมัครเพื่อรับทุนการฝึกอบรม
ผู้สนใจสมัครขอรับทุนการฝึกอบรมให้ Download ใบสมัครได้ที่ www.dmh.go.th หรือ
www.hr.dmh.go.th และกรอกข้อมูลในใบสมัครส่งไปที่ E-mail : personal_dmh@hotmail.com
หรือส่งทางไปรษณีย์ไปที่ กองการเจ้าหน้าที่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๒ – ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒
กำหนดวันคัดเลือกจะแจ้งให้ทราบภายหลัง

๔. หลักฐานที่จะต้องนำมาสมัคร
๔.๑ หนังสือรับรองว่ากำลังศึกษาในชั้นปีที่ ๖
๔.๒ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๔.๓ รูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว ๑ รูป

๕. การจัดสรรสถานที่ปฏิบัติงานใช้ทุน
กรมสุขภาพจิต จะจัดสรรสถานที่ปฏิบัติงานใช้ทุนตามความเหมาะสมในหน่วยงานต่าง ๆ
สังกัดกรมสุขภาพจิตส่วนภูมิภาค

๖. พันธะสัญญาในการรับทุน
ผู้ได้รับทุนฝึกอบรม จะต้องทำสัญญาใช้ทุนกับกรมสุขภาพจิต ภายใต้เงื่อนไขเมื่อสำเร็จ
การฝึกอบรมแล้ว ผู้รับทุนจะต้องปฏิบัติงานใช้ทุนในหน่วยงานที่กรมสุขภาพจิตกำหนดเป็นระยะเวลา
ไม่น้อยกว่า ๑ เท่าของระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรม รวมกับระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาตามหลักสูตร
แพทยศาสตรบัณฑิต กรณีไม่อาจปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาดังกล่าวได้ จะต้องชำระค่าปรับเป็นเงิน
จำนวน ๑ เท่าของเงินเดือนที่ได้รับระหว่างการฝึกอบรม รวมกับเงินที่ได้รับขณะที่เป็นนักศึกษาแพทย์
พร้อมทั้งเบี้ยปรับตามกฎหมาย

เอกสารใบสมัคร : http://www.forums.dmh.go.th/index.php?action=dlattach;topic=3682.0;attach=295
Website : http://www.forums.dmh.go.th

ส่งประกาศการรับสมัครงาน
ส่งประกาศการรับสมัครงาน
รับข่าวการรับสมัครสอบทางอีเมล์
เรื่องล่าสุด
ป้ายกำกับ