Posts Tagged ‘พนักงานเทศบาล’

เทศบาลนครภูเก็ต รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็น พนักงานเทศบาล ระดับ 1-3 (29 ม.ค.- 20 ก.พ.51)

ประกาศเทศบาลนครภูเก็ต
เริ่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานเทศบาล
……………………………………………….
ด้วยเทศบาลนครภูเก็ต จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานเทศบาล จำนวน 16 ตำแหน่ง รวม 23 อัตรา
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7 แห่งประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดภูเก็ต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานเทศบาล พ.ศ.2549 ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2549 จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานเทศบาล ตามรายละเอียดดังนี้
1. ตำแหน่งที่รับสมัครสอบ แยกตามระดับต่าง ๆ ดังนี้
ระดับ 3 จำนวน 8 ตำแหน่ง 13 อัตรา ประกอบด้วย
1.1 ตำแหน่ง นักวิชาการประชาสัมพันธ์ จำนวน 1 อัตรา
1.2 ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี จำนวน 1 อัตรา
1.3 ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 1 อัตรา
1.4 ตำแหน่ง นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 5 อัตรา
1.5 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 อัตรา
1.6 ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน จำนวน 1 อัตรา
1.7 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน จำนวน 1 อัตรา
1.8 ตำแหน่ง นิติกร จำนวน 1 อัตรา
ระดับ 2 จำนวน 6 ตำแหน่ง 8 อัตรา ประกอบด้วย
1.9 ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี จำนวน 2 อัตรา
1.10 ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุ จำนวน 1 อัตรา
1.11 ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 2 อัตรา
1.12 ตำแหน่ง นายช่างเครื่องยนต์ จำนวน 1 อัตรา
1.13 ตำแหน่ง นายช่างไฟฟ้า จำนวน 1 อัตรา
1.14 ตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน จำนวน 1 อัตรา
ระดับ 1 จำนวน 2 ตำแหน่ง 2 อัตรา ประกอบด้วย
1.15 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จำนวน 1 อัตรา
1.16 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การคลัง จำนวน 1 อัตรา
2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
2.1 คุณสมบัติทั่วไป
ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นตามข้อ 6 แห่ง ประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดภูเก็ต เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(4) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(5) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคตามที่ ก.ท. ประกาศกำหนด ดังนี้
(ก) โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(ข) วัณโรคในระยะอันตราย
(ค) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(ง) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(จ) โรคพิษสุราเรื้องรัง
(6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนตามมาตรฐานทั่วไป หรือหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานเทศบาลตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือตามกฎหมายอื่น
(7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี จนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(8) ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(9) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(10) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(11) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรั
(12) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามมาตรฐานทั่วไปหรือหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการ บริหารงานบุคคลของพนักงานเทศบาล ตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือตามกฎหมายอื่น
(13) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามมาตรฐานทั่วไป หรือหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานเทศบาลตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือตามกฎหมายอื่น
(14) ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ

ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นพนักงานเทศบาล ซึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม (7) (9) (10) หรือ (14) คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดภูเก็ต อาจพิจารณายกเว้นให้สามารถเข้ารับราชการได้ ส่วนผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม (11) หรือ (12) ถ้าผู้นั้นได้ออกจากงานหรือราชการเกินสองปีแล้วหรือผู้ขาดคุณสมบัติหรือมี ลักษณะต้องห้ามตาม (13) ถ้าผู้นั้นได้ออกจากงานหรือราชการเกินสามปีแล้ว และมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือราชการเพราะกระทำผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่ คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดภูเก็ต อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ มติคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดภูเก็ต ในการประชุมปรึกษายกเว้นเช่นนี้ ต้องได้รับเสียงไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจำนวนกรรมการในที่ประชุม และการลงมติให้กระทำโดยลับ
2.2 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
ผู้สมัครสอบตำแหน่งใด ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ที่กำหนดไว้ในแต่ละตำแหน่ง (รายละเอียดตามผนวก ก แนบท้ายประกาศฯ)
3. อัตราเงินเดือนที่จะได้รับ
ผู้สมัครสอบแข่งขันได้ และได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจะได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ ดังนี้
สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3
– คุณวุฒิปริญญาตรี อัตราเงินเดือน 7,940.- บาท
สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 2
– คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) อัตราเงินเดือน 7,100.- บาท
– คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อัตราเงินเดือน 6,470.- บาท
สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1
– คุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อัตราเงินเดือน 5,760.- บาท
4. วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์ จะสมัครสอบแข่งขัน ติดต่อขอซื้อใบสมัครในราคาชุดละ 60.- บาท ตั้งแต่วันเริ่มรับสมัครสอบแข่งขัน ระหว่างวันที่ 29 มกราคม 2551 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 ในวันและเวลาราชการ โดยยื่นใบสมัครได้ ณ ห้องประชุม ชั้น 3 เทศบาลนครภูเก็ต หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-7621-4306 ต่อ 312
5. เอกสารและหลักฐานที่ต้องนำมายื่นพร้อมใบสมัคร
ผู้ประสงค์ จะสมัคร ต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเอง โดยกรอกรายละเอียด ในใบสมัครให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมเอกสารอื่นที่ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ มายื่นในวันสมัคร ดังต่อไปนี้
5.1 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่ใส่แว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายครั้งเดียวกัน) และถ่ายไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันสมัคร) จำนวน 3 รูป
5.2 สำเนาประกาศนียบัตร/ปริญญา และสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนที่ระบุสาขา และรายละเอียดจำนวนหน่วยกิตวิชาที่ศึกษา ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ที่สมัครสอบ จำนวน 1 ฉบับ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจภายในวันที่ปิดรับ สมัคร กรณีที่หลักฐานทางการศึกษาดังกล่าวเป็นภาษาต่างประเทศ ให้แนบฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยด้วย
ในกรณีที่ผู้สมัครสำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ทางสถานศึกษายังไม่อนุมัติวุฒิทางการศึกษา ให้อนุโลมให้ผู้สมัครสอบใช้สำเนาใบรับรองของสถานศึกษาว่า ได้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแล้วแต่รอการอนุมัติวุฒิการศึกษาอยู่แทนได้ โดยใบรับรองจะต้องระบุวันที่ที่ผู้สมัครสำเร็จการศึกษาไว้ด้วย และต้องสำเร็จการศึกษาภายในวันปิดรับสมัครสอบ
5.3 สำเนาทะเบียนบ้าน
5.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองผ่านการเกณฑ์ทหาร (ส.ด.9) (ถ้ามี)
5.5 ใบรับรองแพทย์ (แพทย์ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน) แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามที่คณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันกำหนด
5.6 หนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) (ฉบับจริง) พร้อมสำเนาของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยต้องมีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามประกาศรับ สมัครของเทศบาลนครภูเก็ต
5.7 หลักฐานอื่น ๆ เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะเบียนสมรส ใบหย่า (ถ้ามี)
5.8 ผู้สมัครสอบที่เป็นพนักงานของรัฐ หรือข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น และ ประสงค์จะสมัครสอบในตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่และ ใช้วุฒิเช่นเดียวกับตำแหน่ง ที่ตนดำรงอยู่จะต้องนำหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุอนุญาตให้มาสมัครสอบ หากผู้สมัครสอบรายใดไม่นำหนังสืออนุญาตดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครถือว่า เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครสอบหรือถ้าเป็นผู้สอบแข่งขันได้จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบแข่งขันจะเรียกร้องสิทธิใด ๆ ไม่ได้
5.9 สำเนาภาพถ่ายเอกสารทุกชนิด ให้ใช้กระดาษ A4 เท่านั้น
5.10 คณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน ไม่รับสมัครผู้สอบแข่งขันที่เป็นพระภิกษุ หรือสามเณร ทั้งนี้ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามภิกษุสามเณรเรียนวิชาชีพ หรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ.2538 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538 ข้อ 5 ห้ามภิกษุสามเณรสอบแข่งขันสอบคัดเลือกเพื่อรับราชการหรือการอาชีพอย่าง คฤหัสถ์
6. การตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติของผู้สมัครสอบ
6.1 ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มี คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบตรงตามที่ประกาศ รับสมัครสอบ และจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัคร พร้อมทั้งยื่นและแสดงหลักฐานตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด ในกรณีที่มีการผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครกรอกหลักฐานการสมัคร หรือยื่นไม่ครบถ้วน จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบ และหากมีกรณีการปลอมแปลงเอกสารที่ใช้สมัครสอบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
6.2 หากตรวจสอบภายหลังพบว่า ผู้สอบแข่งขันได้รายใดมีคุณสมบัติ ไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด คณะกรรมการสอบแข่งขัน จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบและไม่มีสิทธิได้รับการบรรจุแต่ง ตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ๆ
ผู้สมัครสอบจะต้องแจ้งสถานที่ติดต่อได้ทางจดหมายลงทะเบียนในเขตจ่ายของการ ไปรษณีย์ไว้ในใบสมัครและในกรณีที่แจ้งสถานที่อยู่ไม่ชัดเจนทำให้ไม่สามารถ ติดต่อไป ผู้สอบแข่งขันจะเรียกร้องสิทธิใด ๆ ไม่ได้
7. ค่าธรรมเนียมสอบ
ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบตามอัตรา ดังนี้
– ตำแหน่งระดับ 3 ตำแหน่งละ 200.- บาท
– ตำแหน่งระดับ 1 และระดับ 2 ตำแหน่งละ 100.- บาท
ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เมื่อได้ประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิสอบ แล้ว เว้นแต่มีการยกเลิกการสอบครั้งนี้ทั้งหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริต จึงให้จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยว ข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตนั้นได้

8. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบแข่งขัน ตารางสอบ สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
8.1 จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน ณ สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต ก่อนวันสอบไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ และเว็บไซต์ http://www.phuketcity.go.th
8.2 วันสอบ ตารางสอบ สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบจะประกาศให้ทราบก่อนวันสอบแข่งขันไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ
ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบทุกคนจะได้รับการประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิสอบแข่งขัน ตามที่ได้รับรองตามข้อ 5 ว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 2 ของประกาศนี้ และให้ถือว่าประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันตามข้อ 8.1 เป็นการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน ตามข้อ 12 แห่งประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดภูเก็ต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานเทศบาล พ.ศ.2549
9. หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
ให้ผู้สอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดสอบเป็นผู้มีสิทธิสมัครสอบในภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับ ตำแหน่ง (ภาค ข.) และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข.) โดยได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าเป็นผู้มีสิทธิสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) (รายละเอียดตามผนวก ข แนบท้ายประกาศฯ)
10. เกณฑ์การตัดสิน
การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ให้ถือเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้สอบได้คะแนน ในภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข.) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ที่สอบตามหลักสูตรแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยไม่ต้องนำคะแนนจากการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) มารวม ทั้งนี้ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผล
11. การประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
11.1 เทศบาลนครภูเก็ต จะประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เรียงลำดับที่จากผู้สอบแข่งขันได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากันให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความรู้ความ สามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้า ได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็น ผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
11.2 เทศบาลนครภูเก็ต จะขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้แต่ละตำแหน่งไว้ไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันอีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ใหม่แล้ว บัญชีการสอบแข่งขันได้ครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก เว้นแต่ในกรณีที่ได้มีการเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้ผู้ใดให้มารายงานตัว เพื่อรับการบรรจุไปแล้วก่อนบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะมีอายุครบกำหนดระยะเวลา ที่ระบุ และต่อมาบัญชีได้ครบระยะเวลาตามที่ระบุ หรือก่อนมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ให้ถือว่า ผู้นั้นยังมีสิทธิได้รับการบรรจุแต่งตั้ง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่บัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นมีอายุครบตามที่ประกาศ หรือวันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ แล้วแต่กรณี
11.3 ผู้ที่สอบแข่งขันได้และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ถ้ามีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ให้เป็นอันยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้ นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ คือ
(1) ผู้นั้นได้ขอสละสิทธิรับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้
(2) ผู้นั้นไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุเข้ารับราชการภายในเวลาที่เทศบาล นครภูเก็ต กำหนด โดยมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งให้ทราบกำหนดเวลาล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 10 วัน นับแต่วันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับลงทะเบียน
(3) ผู้นั้นมีเหตุไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามกำหนดเวลาที่จะบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้
(4) ผู้นั้นประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้โดยการ โอนแต่ส่วนราชการที่จะบรรจุไม่รับโอน และได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่รับโอนผู้นั้นจึงไม่ประสงค์จะรับการ บรรจุ
(5) ผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้ไปแล้ว ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทุก บัญชีในการสอบครั้งเดียวกัน

12. การบรรจุและแต่งตั้ง
12.1 เทศบาลนครภูเก็ต เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน ให้บรรจุแต่งตั้งได้เฉพาะเทศบาลนครภูเก็ตเท่านั้น เมื่อบรรจุแต่งตั้งครบตามจำนวนอัตราที่ว่างแล้ว หากภายหลังตำแหน่งดังกล่าวว่างลง อาจแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ที่อยู่ในลำดับถัดไปให้ดำรงตำแหน่งได้ แต่ต้องบรรจุและแต่งตั้งเรียงตามลำดับที่ที่สอบแข่งขันได้ และไม่อนุญาตให้เทศบาลอื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น หรือส่วนราชการอื่น ใช้บัญชีสอบแข่งขันครั้งนี้ไปบรรจุแต่งตั้งได้
12.2 การบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้เป็นพนักงานเทศบาล กำหนดเงื่อนไขให้ผู้นั้นจะต้องดำรงตำแหน่งในเทศบาลที่บรรจุแต่งตั้ง อย่างน้อย 2 ปี จึงสามารถโอนไปดำรงตำแหน่ง ณ ที่แห่งอื่นได้
อนึ่ง การบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ หากคณะกรรมการตรวจสอบภายหลังว่า มีคุณสมบัติไม่ตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง หรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในการสมัครสอบแข่งขัน เทศบาลนครภูเก็ต ขอสงวนสิทธิในการบรรจุแต่งตั้ง
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551
(นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา)
นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต

ประกาศ เทศบาลนครภูเก็ต เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็น พนักงานเทศบาล รับสมัครงาน

ประกาศ เทศบาลนครภูเก็ต เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุ คคลเป็นพนักงานเทศบาล รับสมัครงาน ดังรายละเอียด :

http://jobs.narak.com/document/jobs_510126_2.pdf

ประกาศหางาน : เทศบาลนครภูเก็ต

ส่งประกาศการรับสมัครงาน
ส่งประกาศการรับสมัครงาน
รับข่าวการรับสมัครสอบทางอีเมล์
เรื่องล่าสุด
ป้ายกำกับ